02/03/2021

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

Clubhouse คืออะไร ทำไมถูกแบนในจีน

“ค่ายปรับทัศนคติ” ที่เขตซินเจียงของจีนมีจริงหรือไม่ ไต้หวันควรได้รับเอกราชจากจีนหรือเปล่า หัวข้อสนทนาเหล่านี้กำลังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียชื่อ คลับเฮาส์ (Clubhouse) ที่คนใช้เสียงคุยกันอย่างเดียว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

จึงไม่น่าฉงนใจที่ปัจจุบันคนในจีนไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ได้แล้ว
แอปพลิเคชันนี้คืออะไร
คลับเฮาส์เป็นแอปพลิเคชันที่ยังคงใช้ได้เฉพาะในหมู่คนใช้โทรศัทพ์โทรศัพท์มือถือไอโฟนเท่านั้น แล้วก็จำต้องได้รับ “คำเชิญ” จากคนที่ใช้แอปฯ อยู่แล้วเท่านั้นถึงจะเข้าไปใช้เพื่อคุยกันทางเสียงเท่านั้น ลักษณะซึ่งคล้ายๆครึ่งวิทยุสื่อสาร ครึ่งห้องสำหรับประชุมออนไลน์ ราวคุณกำลังฟังพอเพียงดติดอยู่สต์แบบสดๆแต่ว่าก็สามารถเข้าไปคุยได้ด้วย
ข้อมูลที่ได้มาจากบริษัทวิเคราะด้านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเซ็นเซอร์ทาวเวอร์ (Sensor Tower) นับถึงวันที่ 31 เดือนมกราคม พบว่ามีการดาวน์โหลดแอปฯ นี้ไปแล้ว 2.3 ล้านครั้งร่วมกัน ภายหลังเปิดตัวเมื่อ พฤษภาคม ที่แล้ว โดยตอนนั้นมูลค่าของเครือข่ายเครือข่ายสังคมนี้อยู่ที่แทบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา แต่ว่ามีรายงานว่าเมื่อไม่นานมานี้ ขยับขึ้นไปแตะพันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา แล้ว
ในเชิงเทคนิคแล้ว แอปฯ นี้มีมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เนื่องจากไม่มีวันเลือกให้คนอัดเสียงบทสนทนาเอาไว้ได้ แต่ว่าก็มีในกรณีที่มีคนแอบอัดเสียงเสวนาของคนมีชื่อเสียง แล้วเอาไปอัปโหลดลงยูทิวบ์ในคราวหลัง
ในช่วงเวลานี้คนดังในสหรัฐอเมริกา เริ่มหันมาใช้แอปฯ นี้มากเพิ่มขึ้นเป็นต้นว่า โอปราห์ วินฟรีย์ เดรก แล้วก็จาเรด เลโต จากที่เคยใช้กันในหมู่ผู้ที่มีความชำนาญทางด้านเทคโนโลยีแล้วก็นักลงทุน ในแถบซิลิคอนแวลลีย์ของสหรัฐอเมริกา เท่านั้น กระทั่งยอดดาวน์โหลดพุ่งเป็นเท่าตัวข้างหลังอีลอน มัสก์ แล้วก็มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เริ่มใช้แพลตฟอร์มนี้ด้วย
ช่องโหว่


ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคนในจีนสามารถใช้แอปฯ นี้ได้จนถึงเมื่อต้นอาทิตย์ที่แล้ว โดยในระหว่างขณะสั้นๆนั้น คนได้ถือโอกาสใช้ “ช่องโหว่” นี้ คุยกันถึง “เรื่องต้องห้าม” ไม่ว่าจะเกิดเรื่องชาวอุยกูร์ในสินเจียง การกำจัดคนประท้วงประเทศฮ่องกง หรือความเชื่อมโยงระหว่างไต้หวันกับจีน
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าอินเทอร์เน็ตจริงๆ” หญิงจากจีนแผ่นดินใหญ่คนหนึ่งแถลงการณ์ในห้องสนทนาหนึ่ง
บีบีซีมีโอกาสได้เข้าไปฟังบทสนทนาเหล่านี้ด้วย อย่างในห้องสนทนาที่ชื่อ “Everyone asks Everyone” เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน คนจากทั้งยังจีนแล้วก็ไต้หวันร่วมคุยกันด้วยภาษาจีนกลาง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องประโยชน์ซึ่งมาจากระบบประชาธิปไตยในประเทศที่คนพูดภาษาจีน ความเป็นไปได้ที่จีนจะมาผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงเรื่องส่วนตัว
ท่ามกลางความเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันแล้วก็ประเทศฮ่องกง นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย เพราะว่าจีนใช้เทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนสำหรับการคัดกรองแล้วก็วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชากร ซึ่งนักวิพากษ์วิจารณ์เรียกอุปกรณ์เหล่านี้แบบเสียดสีว่า “กำแพงไฟร์วอลล์เมืองจีน” (great firewall)
ในช่วงเวลานี้ ถ้าเกิดคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบนแพลตฟอร์มที่ยังคงใช้ได้ในประเทศอย่างเว็บ เว่ยป๋อ (Weibo) แล้วก็แอปพลิเคชันวีแชต (WeChat) ก็บางทีอาจถูกทางการจัดการได้ แต่ว่าในขณะสั้นๆที่คนในจีนสามารถใช้คลับเฮาส์ได้ ไม่มีการเซ็นเซอร์รายละเอียดการเสวนาอะไร ทำให้คนก็รู้สึกไม่เป็นอันตรายในระดับหนึ่งเนื่องจากไม่มีวันเลือกให้คนอัดเสียงบทสนทนาเอาไว้ จนถึงจุดหนึ่งมีคนเข้าร่วมในห้องสนทนาดังที่กล่าวมาข้างต้นพร้อมกันถึง 5 พันคน
“ว่ากันตรงๆมันก็มีการโฆษณาชวนเชื่อกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เพราะเหตุไรพวกเราไม่พากเพียรมารู้เรื่องกันและกันให้เยอะขึ้น เห็นใจกัน แล้วก็ให้การส่งเสริมกัน” หญิงจากไต้หวันคนหนึ่งกล่าว
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว มีห้องสนทนาชื่อ “มีค่ายกักกันที่สินเจียงหรือเปล่า” (Is there a concentration camp in Xinjiang?) ที่คนเข้าไปคัดค้านกันนานถึง 12 ชั่วโมง ฟรานซิส (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้สร้างกรุ๊ปบอกกับบีบีซีว่า กลุ่มนี้ไม่ได้มีเพื่อเสนอคำถามว่าค่ายกักกันมีใช่หรือไม่ แต่ว่าเพื่อให้คนมีให้ความคิดเห็นที่แตกต่างต่อแผนการของจีนในเขตปกครองสินเจียง
“ผู้ฟังที่เป็นคนจีนเชื้อสายฮั่นคนไม่ใช่น้อย ซึ่งเคยไม่เชื่อว่ามีค่ายเหล่านี้จริง รู้สึกร่วมไปกับคำพูดเรื่องราวชีวิตจากปากชาวอุยกูร์แล้วก็รู้เรื่องท้ายที่สุดว่ามีเรื่องมีราวโหดร้ายทารุณเพียงใดเกิดขึ้น นี่บางทีอาจเป็นความสำเร็จสูงสุดของกรุ๊ปเสวนานี้” ฟรานซิส ซึ่งเป็นเป็นนักทำหนังคนจีนเชื้อสายฮั่นที่อาศัยอยู่ในนครลอสแอนเจลิส กล่าว
ข้อเป็นห่วง
ช่วงเวลาที่แอปฯ เป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้นแต่ว่าก็เริ่มมีความรู้สึกวิตกกังวลเยอะขึ้นด้วยเหมือนกันโดยคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมบทสนทนา
เมื่อเดือน ธ.ค. เครก เจนรับประทานส์ เขียนบทความลงในเว็บวัลเชอร์ (Vulture) ว่า ถ้าเกิดผู้ที่สร้างกรุ๊ปแล้วก็คอยควบคุมบทสนทนาไม่ระวัง การเสวนาก็บางทีอาจกลายเป็นการจู่โจมกันและกันได้
เขาบอกอีกว่า จำต้องรอดูกันถัดไปว่าคนแค่พึงพอใจแอปพลิเคชัน ที่ในระดับหนึ่งก็ไม่มีความต่างจากการเลียนแบบประสบการณ์การแชตออนไลน์กับคนที่ไม่รู้จักในสมัยทศวรรษ 90 เพียงแค่เพราะว่าเดี๋ยวนี้พวกเราจำต้องอยู่กับบ้านแล้วก็รู้สึกหงอยเหงาหรือเปล่า
Clubhouse ในไทย
แอปพลิเคชันนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยเยอะขึ้นด้วยเหมือนกัน ในรอบอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีผู้ใช้เครือข่ายสังคมแล้วก็ “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกออนไลน์คนไม่ใช่น้อยโพสต์ใจความบอกเล่าประสบการณ์การเข้าร่วมหรือเป็นเจ้าภาพ (โฮสต์) การพูดคุยในหัวข้อต่างๆในคลับเฮาส์ ดังเช่น สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ เปิดห้องสนทนาหัวข้อ “วิธีกลับใจกองเชียร์ทหาร” แล้วก็ ปวิน สว่างวงศ์พันธ์ นักวิชาการแล้วก็ผู้ลี้ภัยทางการเมือง เปิดห้องสนทนาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์แล้วก็พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10
นักการเมือง นักวิชาการ นักวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็สื่อมวลชนที่เป็นที่รู้จักจำนวนไม่ใช่น้อยขึ้นเรื่อยต่างก็ดาวน์โหลดคลับเฮาส์มาใช้แล้วก็เข้าร่วมการพูดคุย
เมื่อเร็วๆนี้ยังมีผู้ตั้งบัญชีทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ซึ่งไม่ได้เป็นบัญชีทางการของแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นช่องทางให้บรรดาผู้จัดงานห้องสนทนาคลับเฮาส์ โฆษณาห้องสนทนาของตนเอง ซึ่งปรากฏว่ามีการโฆษณาห้องสนทนาในหัวข้อที่มากมาย ตั้งแต่เรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ การบ้านการเมืองในเมียนมา แชร์ประสบการณ์เลวทรามสำหรับการทำงาน ไปจนถึงเรื่องดูดวงชะตาแล้วก็ไสยเวท
ทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ยังให้ข้อมูลเพราะห้องสนทนาของ ดร.ปวิน เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ตอนวันที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ “สร้างปรากฏการณ์ใหม่กับการพาห้องคลับเฮาส์เต็มถึง 2 ห้องๆละ 6 พันคน ยอดฟังกว่า 1.2 หมื่นคน”