24/10/2021

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

โดนนำสไตล์! ฝรั่งเศสแซงดับสเปน 2-1 ผงาดแชมป์เนชั่นส์ลีก

เป็นอีกเกมที่ฝรั่งเศสกลับจากที่ตามหลังแล้วกลับมาแซงชนะ ผงาดครอบครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้สำเร็จ

LIVE UPDATE ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก : ประเทศสเปน – ฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020-2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามซาน ซีโร ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นการเจอกันระหว่าง ประเทศสเปน ดวลกับ ฝรั่งเศส

หลุยส์ เอ็นริเก้ กนซือของประเทศสเปน เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามผสานแนวรุกเป็น เฟร์ราน โคนร์เรส, ขว้างโบล ซาราเบีย รวมทั้ง มิเกล โอยาร์ซาบัล

ด้านฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 โดยใช้ อองตวน กรีซมันน์ ทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง คาขอบ เบนเซมา รวมทั้ง คีลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า
เกมในตอน 45 นาทีแรก ทั้งสองกลุ่มยังแทบจะไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูแบบกระจ่างให้มองเห็นกันเลย โดยที่ฝั่งของฝรั่งเศสนั้นยังจะต้องเสียปราการหลังตัวเก่งอย่าง ราฟาแอล วาราน ซึ่งบาดเจ็บกล้ามเนื้อขา จนกระทั่งจะต้องเปลี่ยนเอา ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน ลงมาแทน ในนาทีที่ 43 อีกด้วย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังกลายเป็นประเทศสเปนมาได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ วางบอลยาวให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล เบียดเอาชนะตัวเกาะติดอย่าง ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายยัดเข้าเสาไกลอย่างเด็ดขาด ส่งให้กองทัพวัวกระทิงดุออกนำ 1-0

แต่ถัดมาเพียงนาทีที่ 66 ฝรั่งเศสก็มาตามตีเสมอได้แบบฉับพลัน จากจังหวะที่ คีลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า ไหลบอลให้ คาขอบ เบนเซมา ได้ปั่นโค้งด้วยขวาโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างงดงาม ทำให้สกอร์ขยับมาเสมอกันที่ 1-1

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ฝรั่งเศสมาได้ประตูกลับขึ้นนำ จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ ส่งบอลแฉลบการพุ่งสกัดของ เอริค การ์เซีย เลยไปถึง คีลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า ได้หลุดยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย ซึ่งผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วคิดว่าไม่เป็นการล้ำหน้าอะไร ช่วยให้กองทัพตราไก่แซงนำ 2-1
แล้วไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้ในที่สุดจบเกมเป็นฝรั่งเศสชนะไป 2-1 ผงาดครอบครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกได้สำเร็จ

ufa2

รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองกลุ่ม

ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริค การ์เซีย, อายเมอริค ลาปอร์กต์, มาร์กอส อลอนโซ; กาบี้ (โกเก้ น.75), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โรดรี้ (ขว้างโบล ฟอร์ทุ่งนาลส์ น.84); เฟร์ราน โคนร์เรส (มิเกล เมริโน น.84), ขว้างโบล ซาราเบีย (เยเรมี ปิโน น.61), มิเกล โอยาร์ซาบัล
สำรองไม่ได้ใช้ : ดาบิด เด เคอา, เปา โคนร์เรส, อินญิโก้ มาร์ว่ากล่าวเนซ, ไบรอัน กิล, แซร์จี๋ โรกางร์โต้, โรเบิร์ต ซานเชซ, เซร์คิโอ เรกีลอน, เปโดร ปอร์โร
ใบเหลือง – อายเมอริค ลาปอร์กต์ น.86
ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส; ฌูลส์ ระอุนเด้, ราฟาแอล วาราน (ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน น.43), เปรสแนล คิมเปมเบ้; แบ็งฌาแม็ง ขว้างวาร์ (เลโอ ดูบัวส์ น.80), ปอล ป็อกบา, อูเรเลียง ยกอาเมนี, เตโอ แอร์กน็องเดซ; อองตวน กรีซมันน์ (ฌอร์ดาน แวร์ตูร์ น.90+2); คาขอบ เบนเซมา, คีลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า
สำรองไม่ได้ใช้ : อ็องโตนี มาร์กสิยาล, มุสซา ดิยาบี้, มัตเตโอ เกนดูซี, เบอนัวต์ กอสติล, วิสซาม เบน เยดแดร์, ลูกัส แอร์กน็องเดซ, ไมค์ เมญอง
ใบเหลือง – ปอล ป็อกบา น.46, ฌูลส์ ระอุนเด้ น.55, คีลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า น.89