12/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 ญาติพี่น้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน กระทั่งถึง ไม่ขายคืนที่คืนให้

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 ลูกพี่ลูกน้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน จนถึง ไม่ขายคืนที่คืนให้ หลานชาย ซึ้ง ยอดเงินบริจาคนับล้าน

สืบเนื่องจากเวลาเช้าวันนี้ (17 มิ.ย 64) นายลวง ช่วยเหลือ ลูกชายของยาย โปรยปราย ช่วยเหลือ และนายกิตติเตียนนพ กาญจน์โรจน์ ทนายความ เดินทางไปยังศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย เพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอขยายช่วงเวลาให้ยายอีกทั้ง 4 คน และครอบครัวได้อาศัยอยู่ในบ้านต่อไปอีก 60 วัน

ปัจจุบัน นายกิตติเตียนนพ กาญจน์โรจน์ ทนายความที่ดูแลคดีนี้ได้เปิดเผยข้างหลังออกมาจากการไกล่เกลี่ยของศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย ว่า ศาลได้ไกล่เกลี่ยเสวนากันทั้งสองฝ่าย อีกทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายเชลย โดยโจทก์ก็ยินดีที่จะให้เชลยขยายช่วงเวลาออกไปได้ 30 วัน เพื่อได้ขนถ่ายเงินออกจากที่วิวาท ซึ่งจะถึงกำหนดในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 กรกฎาคม 64 นี้ โดยเชลยมีหน้าที่จึงควรมาแถลงให้ศาลรู้เมื่อถึงเวลานั้นว่า ได้ขนถ่ายเงินออกจากที่วิวาทเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
ทั้งยัง โจทก์ยังได้แจ้งว่า ไม่ปรารถนาจะขายทรัพย์สิน ซึ่งลูกหนี้ก็ได้เข้าใจในเรื่องนี้ ก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ที่จะจำต้องออกไปอยู่

yy1

นอกนั้น ทีมข่าวได้เสวนากับ นายลวง ช่วยเหลือ หลานชายของยายอีกทั้ง 4 ท่าน เปิดเผยว่า จากการตรวจดูยอดบัญชีธนาคารออมสิน สาขาศรีสำโรง จังหวัดจังหวัดสุโขทัย พบว่า มียอดเงินบริจาคจากผู้ใจดีทั่วประเทศช่วยเหลือเข้ามาเป็นจำนวนเงิน 1,511,939.75 บาท แล้ว และดีอกดีใจที่ศาลเลื่อนเวลาให้ 30 วัน แต่ว่าทางเราก็ต้องหาทางขยับขยายที่ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยินยอมขายคืนให้เราจำต้องไปหาที่อยู่ใหม่ก่อสร้างบ้านข้างหลังเล็กๆให้ผู้สูงวัยได้พักอาศัยกัน

“ผมขอขอบพระคุณคนไทยทุกคน ที่ได้ช่วยเหลือในการบริจาคเงิน ขอบพระคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ให้ความเมตตาสงสารผู้สูงวัยในครั้งนี้”

ด้านยายหว่านล้อม บอกว่า คุณยายดีอกดีใจที่ศาลเลื่อนเวลาให้ แต่ว่าก็อยากได้ที่อยู่ที่อาศัยคืนมา ตัวเองก็พนมมือเจ้าหนี้ขอเขาคืน แต่ว่าเขาก็เฉยๆ

เกี่ยวกับหัวข้อนี้ นายความรอบรู้ สุงาช้าง นายอำเภอศรีสำโรง เปิดเผยว่า การหาที่อยู่ให้ใหม่ก็จะเกิดขึ้นในจำนวนเงินที่ได้รับมา 1 ล้านเศษ ก็จะเพียงพอดำเนินงานได้ ซึ่งเงินที่ได้รับบริจาคมาเราจะมีการดำเนินงานโดยชอบด้วยกฎหมายตาม พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลในการใช้จ่าย เงินจำนวนนี้ไม่อาจจะเบิกจ่ายเองได้ การใช้เงินควรจะเป็นไปตามจุดมุ่งหมายของผู้บริจาคไม่อย่างนั้นจะเป็นการคดโกงประชากร ซึ่งเราบอกผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ขอให้ผู้บริจาคพอใจทางเราจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลจำนวน 5 ท่าน และการเบิกจ่ายจะต้องมีลายเซ็นของกรรมการอย่างน้อย 3 ท่าน