12/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

อิเฮียที่นาโช่อีกแล้ว! ยิง1จ่าย1พาเลสเตอร์แซงดับพาเลซ ยึดที่3แน่น

เลสเตอร์ สิตี้ โชว์ผลงานคัมแบ็กกลับมาคว้าชัยได้สำเร็จหลังสกอร์ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1 ก่อนช่วงหลังมารัวสองประตูกลับแซงกลับมาเอาชนะ 2-1 นัดนี้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ รับบทบาทวีรบุรุษทั้งยังจ่ายให้ ตำหนิโมธี คาสตาญ ซัดไล่เจ๊าก่อนที่เจ้าตัวจะซัดประตูชัยให้ทีมเก็บสามแต้มสำคัญ ยึดอันดับ 3 ต่อไปโดยมี 62 คะแนน ทิ้งสิงห์บลูส์อันดับสี่ 4 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันจันทร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ที่ 33 เมื่อคืนนี้วันจันทร์ที่ 26 เดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เลสเตอร์ สิตี้ อันดับ 3 ฟอร์มในลีกล่าสุดไลอัด เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 นัดนี้ยังได้เล่นใน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ อันดับ 13 ซึ่งแพ้มาสองเกมติด ล่าสุดพ่ายเละให้ เชลซี คาบ้าน 1-4
เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ของ “สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย” จำต้องเก็บชัยให้ได้เพื่อหนี “สิงห์บลูส์” อันดับ 4 ที่ไล่จี้มาเหลือแต้มเดียว เกมนี้ภาวะทีมค่อนข้างพร้อม เจมี่ วาร์ดี้ ยืนล่าตาข่ายกับ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ที่กำลังร้อนแรง โดยมี เจมส์ แมดดิสัน ปั้นเกมอยู่ด้านหลัง

ส่วน “ดิ อีเกิ้ลส์” ของ รอย ฮ็อดจ์สัน ฟอร์มในลีกไม่ดีเท่าใดนัก 5 นัดล่าสุดชนะแค่เกมเดียว เกมนี้ฝากความมุ่งหวังไล่ล่าประตูไว้ที่ คริสตำหนิย็อง เบนเตเก้ แล้วก็วิลฟรีด ซาฮา
เริ่มเกมครึ่งแรก เป็นฝั่ง “สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย” ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ นาทีที่ 10 ตำหนิโมธี คาสตาญ ครอสมาหน้าประตู เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มานะเล่นบอลแต่ว่าเลยไปถึง เจมี่ วาร์ดี้ วิ่งมาซัดด้วยขวาสุดแรงเกิดบอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

แต่ว่า นาที 12 แปลงเป็น คริสตัล พาเลซ ที่สวนขึ้นมาแล้วได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ คริสตำหนิย็อง เบนเตเก้ เข้าไปแย่งบอลจากด้านหลังของ ตีเลมันน์ ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไรปลดปล่อยให้เล่นต่อ บอลมาถึง เอเบเรชี่ เอเซ่ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงทะลุช่องให้ วิลฟรีด ซาฮา หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยขวาติดปลายมือ คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตุๆไป
นาที 19 ยูริ ตีเลมันส์ เรียกฟรีคิกได้นอกกรอบหลังโดน ไยโร รีเดอวัลด์ ทำฟาวล์ก่อนโดนใบเหลืองแรกของเกม แล้วก็เป็น ตีเลมันน์ ที่ปั่นข้ามกำแพงแต่ว่าบอลยังเบาไปเข้ามือ บิเซนเต้ แกว่งไกวต้า
บอลค่อนข้างทันกัน เจ้าถิ่น เลสเตอร์ จังหวะเข้าทำยังมีไม่มากมาย นาที 34 ซากลาร์ โซยุนยก เก็บตกจากลูกคอนเนอร์ก่อนที่จะอัดด้วยขวาแต่ว่าบอลยังสูงเหาะโด่งออกไป
นาที 38 ทัพสุนัขจิ้งจอกได้บอลหลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย แมดดิสัน ตวัดจากเส้นหลังมาให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ แต่ว่าบอลย้อนหลังทำให้จำต้องจิ้มคืนให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ วิ่งมาแปอัดเข้าไปบอลพุ่งตรงกรอบแบบได้ลุ้นแต่ว่ายังไม่ผ่าน แพทริค ฟาน อานโฮลท์ ที่บล็อคไว้เป็นคนในที่สุด

ตอนทดเจ็บ นาที 45+1 จอนนี่ อีแวนส์ วางบอลยาวให้ เจมส์ แมดดิสัน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ว่ายิงไม่ดีบอลผ่านหน้าปากประตูไป ก่อนผู้ตัดสินจะเช็กสัญญาณจากห้อง วีเออาร์ ถึงความน่าจะเป็นไปได้ที่เจ้าถิ่นจะได้จุดลูกโทษ จากจังหวะที่ โจเอล วอร์ด มีการปะทะกับ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ในกรอบจุดโทษแต่ว่าไม่มีอะไรยืนยันไม่เป็นจุดลูกโทษ
จบครึ่งแรก เลสเตอร์ สิตี้ ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1

ช่วงหลัง แค่นาหนที่ 50 “สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย” มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะเซ็ตบอลมาจากดินแดนหลังให้ ยูริ ตีเลมันน์ ตักบอลเข้าไปในจุดโทษถึง อิเฮียนาโช่ ก่อนใช้คืนหลังให้ ตำหนิโมธี คาสตาญ เพิ่มมซัดด้วยซ้ายทิ่มตาข่ายเข้าไปอย่างงดงาม แม้วีเออาร์จะเช็กความน่าจะเป็นไปได้ที่ อิเฮียนาโช่ จะทำแฮนด์บอลก่อนแต่ว่ายืนยันให้ประตู
นาที 55 พาเลซ ทิ้งโอกาสทองที่จะขึ้นนำอีกทีหลัง เอเบเรชี่ เอเซ่ แทงบอลให้ ไยโร รีเดอวัลด์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลลำพังกับ ชไมเคิ่ล แต่ว่าวินิจฉัยจ่ายให้ คริสตำหนิย็อง เบนเตเก้ ที่กำลังอ้าเท้ายิง แต่ว่าโดน จอนนี่ อีแวนส์ ที่วิ่งตามมาพุ่งสไลด์สกัดบอลพ้นอันตรายจำพวกหวุดหวิด
นาที 64 ลุค โธมัส จ่ายให้ เจมี่ วาร์ดี้ เลี้ยงแหวกแนวรับพาเลซเข้าไปอัดด้วยขวามุมแคบแต่ว่าบอลยังไม่ผ่าน บิเซนเต้ แกว่งไกวต้า ปิดมุมรับไว้ได้
อีก 5 นาทีถัดมา “ดิ อีเกิ้ลส์” ได้ลุ้นเช่นกัน บอลตลอดจากลูกเตะมุมเอเบเรชี่ เอเซ่ เปิดบอลแม่นมาให้ คริสตำหนิย็อง เบนเตเก้ สลัดตัวประกบขึ้นกระแทกลำพังๆแต่ว่ายังไปตรงตัว คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล รับไว้ได้
นาที 70 “เดอะ ฟ็อกซ์” ชวดได้ประตูแซงขึ้นนำหลัง แมดดิสัน จ่ายให้ ฮิเฮียนาโช่ มานะกลับใจยิงแต่ว่าบอลปลิ้นไปเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ ซัดบอลเข้าไป แต่ว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของ วาร์ดี้ ไปก่อนแล้ว
นาที 78 เลสเตอร์ ทิ้งโอกาสทองขึ้นนำอีกที หลัง วาร์ดี้ เล่นชิ่งกับ อิเฮียนาโช่ บอลหลุดมาถึง วาร์ดี้ อีกทีเกี่ยวเข้าไปซัดเสาแรกบอลพุ่งผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

ผู้ร่วมทีมของ เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส ยังโหมบุกอย่างมาก อีกนาทีถัดมา อิเฮียนาโช่ ที่วันนี้เล่นได้สะดุดตาเก็บบอลได้ก่อนใช้คืนให้ ยูริ ตีเลมันส์ วิ่งมาซัดหลุดเสาออกไป
กระนั้น นาที 80 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มาแผลงฤทธิ์แผลงเดชจนได้หลังวิ่งไปเก็บบอลวางยาวของ จอนนี่ อีแวนส์ ก่อนลากตัดเข้าไปซัดสุดแรงเกิดบอลพุ่งทิ่มใต้คานเข้าไปอย่างงามเวอร์ จำพวกที่ บิเซนเต้ แกว่งไกวต้า ได้แต่ว่ายืนดู เป็นประตูที่ 10 ของหัวหอกชาวไนจีเรี่ยนในช่วงฤดูกาลนี้ แล้วก็เป็นประตูที่ 12 ใน 9 นัดล่าสุดรวมทุกรายการ
จบเกม เลสเตอร์ สิตี้ กลับแซงกลับมาเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 ซิวสามแต้มพร้อมยึดอันดับ 3 ต่อไป โดยมี 62 คะแนน หนีอันดับ 4 เชลซี ไป 4 คะแนน ส่วน พาเลซ ยังอยู่อันดับ 13 ดังเดิมมีแค่ 38 แต้ม

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

เลสเตอร์ (3-4-1-2) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, ซากลาร์ โซยุนยก – ตำหนิโมธี คาสตาญ, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลมันส์, ลุค โธมัส (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.70) – เจมส์ แมดดิสัน (อาโยเซ่ เปเรซ น.70) – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

ผู้จัดการทีม : เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ แกว่งไกวต้า – โจเอล วอร์ด, เชกู ข้ายาเต้, สกอตต์ ดินแดนน์, แพทริค ฟาน อานโฮลท์ – จอร์แดน อายิว (แอนดรอคอยส ทาวน์เซนด์ น.78), ลูก้า มิลิโอ้อวดเยวิช (เจมส์ แม็คาร์ธี่ น.83), ไยโร รีเดอวัลด์ (เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ น.85), เอเบเรชี่ เอเซ่ – คริสตำหนิย็อง เบนเตเก้, วิลฟรีด ซาฮา

ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

ผู้ตัดสิน : เกรหมูแฮม สกอตต์