17/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

หนึ่งจักรวาล แสดงความรักกับลูก มุมมองนักสังคมสงเคราะห์ สมควรหรือเปล่า

นักสังคมสงเคราะห์-แพทย์เด็ก ถอดบทเรียนรวมทั้งแสดงมุมมอง กรณีการแสดงความรักกับบุตรสาวของ “หนึ่ง จักรวาล” ซึ่งกลายเป็นกระแสเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล

วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ผู้รายงานข่าวรายงานว่า จากกรณีดราม่า “หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม” นักเล่นดนตรี-โปรดิวเซอร์-ไม่วสิก ไดเรคเตอร์ มีชื่อเสียง โพสต์คลิปกับบุตรสาว ในกิจกรรมรวมทั้งอิริยาบถต่างๆเป็นต้นว่า จับท้อง จับก้น ฯลฯ ทำให้เสียงในโลกออนไลน์แตกเป็นสองฝั่ง จนกระทั่งกำเนิด #หนึ่งจักรวาล ขึ้นบนโลกออนไลน์

มีทั้งกลุ่มที่เห็นว่า เป็นการแสดงออกความรักปกติทั่วไป ซึ่งแต่ละบ้านมีกรอบรวมทั้งวิธีไม่เหมือนกันออกไป กับข้างที่เห็นว่า เลยขอบเขตความเหมาะสม รวมทั้งเข้าเกณฑ์การคุกคาม ควรเคารพสิทธิภายในร่างกายของเด็ก เนื่องมาจากบุตรสาวของ หนึ่ง จักรวาล อายุ 9 ขวบแล้ว จึงเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ไหม

นักสังคมสงเคราะห์ ชี้เกิดเรื่องไม่ดีเหมือนปกติ

ถัดมา เฟซบุ๊กเพจนักสังคมสงเคราะห์เล่า ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 17,000 บัญชีได้โพสต์แสดงความเห็นประมือณีดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ระบุว่า กำลังเป็นกรณีดังเดี๋ยวนี้กับการที่นักเล่นดนตรีมีชื่อเสียงท่านหนึ่ง มีคลิปวีดีโอที่แสดงความรักต่อบุตรสาวโดยการสัมผัสใกล้ชิดผ่านการจับอก บางคลิปมีการล้วงกางเกงเพื่อจับก้นลูกด้วย

ในเบื้องต้นแอดไม่นขอรับรองว่าเด็กต้องรวมทั้งคู่ควรที่กำลังจะได้รับความรักผ่านการสัมผัส เป็นต้นว่า กอด หอม จากพ่อแม่ แม้กระนั้นการสัมผัสพวกนั้นจำเป็นต้องสอดคล้องกับขอบเขตที่เหมาะสม รวมทั้งเป็นไปด้วยความสมัครใจของเด็ก (ขอบเขตที่ไม่เหมาะสม หากแม้เด็กเต็มอกเต็มใจก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะยอมรับได้)
หลักสูตรรวมทั้งการเล่าเรียนที่สำคัญสำหรับการสอนเด็กให้สามารถกำหนดภัยทางเพศ คือการสอนให้เด็กรู้จักความรู้สึกที่ดี รวมทั้งความรู้สึกที่ไม่ดี ควบคู่ไปกับการรู้จักอวัยวะภายในร่างกายของตัวเอง รวมทั้งขอบเขตทางร่างกายที่รู้สึกไม่มีอันตราย รวมทั้งลำดับชั้นการอนุญาตที่เด็กจะมีให้คนแต่ละคนเข้ามาใกล้ หรือสัมผัสอวัยวะแต่ละส่วนของเขา

กฎเหล็กที่สำคัญคือ ในกรณีที่เด็กสามารถจัดแจงธุระของตัวเองได้ เป็นต้นว่า ล้างฉี่ ล้างก้นได้แล้ว แม้กระทั้งคนใกล้ตัวเด็กสูงที่สุดอย่างพ่อแม่ ก็ไม่ควรไหมมีสิทธิที่จะจับ สัมผัส อวัยวะปกปิด ซึ่งประกอบไปด้วย อก ก้น อวัยวะเพศของเด็กได้อย่างปกติ เว้นเสียแต่ในกรณีที่เด็กเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจำเป็นต้องอยู่ในสภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพียงเท่านั้น

เหตุที่พวกเราจึงควรสอนเด็กแบบนี้เนื่องจากว่าถ้าหากเด็กถูกจับรวมทั้งสัมผัสอวัยวะปกปิดจนกระทั่งเป็นสิ่งปกติ เขาเองจะไม่ทำความเข้าใจขอบเขตที่เหมาะสมทางด้านร่างกายรวมทั้งทำความเข้าใจความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่างกายร่างกายของเขาเอง ซึ่งจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเสี่ยงที่จะถูกทารุณกรรมทางเพศจากผู้ใกล้ชิด รวมทั้งจากข้อมูลสถิติ ผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวนมากคือบุคคลใกล้ชิดที่เด็กไว้เนื้อเชื่อใจ แอดไม่นพบมาแล้วจ้ะ พ่อแท้ๆปู่แท้ๆน้า อา แท้ๆมีหมด

เวลาสอนเด็กพวกเราจึงบอกเสมอว่าถ้าหากมีคนใดกันแน่มาจับ ก้น นม จิ๋ม หรือ จู๋ ให้มาบอกพ่อแม่ หรือถ้าหากพ่อแม่จับก็ให้มาบอกอาจารย์ เพื่อที่พวกเราจะได้ดำเนินการกับครอบครัวเพื่อสืบเสาะหาข้อเท็จจริงต่อว่าต่อขานกำเนิดอะไรขึ้น ถ้าหากพ่อแม่ยังไม่รู้เรื่องพวกเราจึงควรให้พ่อแม่รู้เรื่องความต้องการในหัวข้อนี้

สรุปเรื่องนี้นะคะ ไม่ว่าจะตั้งใจไหมตั้งใจ ความประพฤติที่ป๊ะป๋าแสดงต่อน้องนั้น “ไม่เหมาะสม” จ้ะ
แอดไม่นขอฝากทุกคนว่าหัวข้อนี้คือเรื่องไม่ดีเหมือนปกติ ได้โปรดทุกคนปฏิบัติต่อเด็กด้วยความเคารพต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว ต่อร่างกายร่างกายของพวกเขา

พวกเราเป็นผู้ใหญ่หน้าที่ของเราคือการคิดจำนวนไม่ใช่น้อยจ้ะ ด้วยเหตุว่าเกิดเหตุวิพากษ์วิจารณ์มาหากแม้พ่อแม่เองมิได้มีเจตนาไม่ดี แม้กระนั้นผลพวงพวกนี้เกิดขึ้นกับเด็กแน่ๆ อย่างต่ำๆคือการมีรอยเท้าบนโลกออนไลน์ที่คราวหนึ่งพ่อรวมทั้งแม่พาเขาเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มพวกนี้

1-1

แพทย์เด็กเผย 6 ข้อไม่เหมาะสม

เฟซบุ๊กเพจ บันทึกแพทย์เดว ของ รองศาสตราจารย์นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กรวมทั้งวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ความดีงาม โพสต์แสดงความเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่า

มีผู้ถามความคิดเห็นกรณี trend twitter บุคคลดังที่เป็นคุณพ่อแสดงความรักกับบุตรสาวด้วย การล้วงจับลูบขณะทำความเข้าใจร่วมกันนั้น กรณีแบบนี้ไม่สมควรที่จะทำ

โปรดรู้เรื่องด้วยทัศนคติว่าลูกไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ที่ต้องการจะทำอะไรก็ได้แบบไหนก็ได้ อนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิเด็กที่พ่อแม่จำเป็นต้องรู้ด้วย เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จำเป็นต้องคุ้มครองป้องกันปกป้อง อยู่รอดไม่มีอันตราย ได้รับการพัฒนารวมทั้งสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ สิ่งที่ความประพฤติปฏิบัตินี้ไม่เหมาะสม คือ

  1. การไม่เคารพเกียรติของลูก
  2. พ่อขาดการฝึกหัดให้ลูกมีการทำความเข้าใจ sense of Property ด้วยการนำภาพลงใน สื่อสาธารณะ โดยไม่หนักใจ ผลพวงต่อบุตรสาวผู้ถูกถ่ายรูป แม้จะยินยอมก็ตาม
  3. เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จำเป็นต้องสอนให้ลูกรู้จักการคุ้มครองป้องกันตนเอง จากภยันตรายลักษณะคล้ายกันที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้
    รวมทั้งควรฝึกหัดให้บุตรสาว มีสภาวะเข้าวัยรุ่น ที่สรีระจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปในไม่ช้า เพื่อป้องกันตนเองมากกว่า การใช้เหตุผลเพียงแต่ด้วยเหตุว่าแสดงความรัก
  4. เป็นการฝ่าฝืนสิทธิเด็ก รวมทั้งยิ่งนำลงสื่อสาธารณะ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำอย่างมาก!!!
  5. เด็ก สุ่มมีความเสี่ยงต่อการเกิด sexual harassment and Atraumatic Sexualization
    ที่ต่อไปด้านหน้าเด็กบางทีอาจนึกว่าปกติได้ ซึ่งจะกำเนิดการเสี่ยงต่อตัวเด็กภายภาคหน้าได้อย่างไม่คาดคิด
  6. เด็กจะอยู่ร่วมในสังคมที่ใกล้ชิดตรากตรำเยอะขึ้น

1-2