17/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

สกอร์ไม่สมดุลกับรูปเกม ! เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ โคตรโหดไล่บี้ สเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์รายการแรกของซีซั่น 2020/2021 ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากเฉือนชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์ ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ชาวกระทิงดุ นำผู้ร่วมทีมโชว์ฟอร์มได้เด็ดสะระตี่ ถ้าเกิดเป็นมวยก็ต้องบอกว่าชนะทั้งยังคะแนน แล้วก็ชนะน็อก เพราะพวกเขาจัดแจงข่ม “ไก่เดือยทองคำ” มิดด้ามตั้งแต่นาทีแรกไปตราบจนกระทั่งจบเกม
การบรรลุเป้าหมายในครั้งนี้บางทีอาจจะเป็นการต่อยอดสำหรับเพื่อการชิงโทรฟี่ 2 รายการสำคัญนั่นก็คือ พรีเมียร์ลีก แล้วก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยเหตุนั้นถ้าดูถึงความฮึกเหิมของลำแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ณ ตอนนี้บอกได้เลยว่าพวกเขาคงจะไม่อยากพัก แล้วก็ต้องการจะลงแข่งเร็วๆเพราะหัวใจมันเรียกร้องที่จะเอาอีก 2 แชมป์ที่เหลือมาประตูตู้โชว์ที่เอตำหนิฮัด สเตเดี้้ยม
1. สัญญาณแห่งความสบายของแฟนบอล

การได้มองเห็นแฟนบอลเดินเข้าไปในสนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นับว่าเป็นสัญญาณดีอีกระดับหนึ่งสำหรับคอลูกหนังที่จะได้มองเห็นบรรยากาศเดิมๆสำหรับการเชียร์ฟุตบอล เพราะในแมตช์นี้มีผู้ชมได้รับอนุญาตให้เข้าไปสัมผัสเกมแบบใหม่ๆจำนวน 8,000 ราย

แมตช์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นับว่าเป็นเกมลำดับที่สองที่ มีคอลูกหนังได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูเกมในสนามโดยก่อนหน้านี้เป็นแมตช์ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
สำหรับเกมที่ “จิ้งจอกไทย” ทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงแชมป์ มีคู่รักบอลเข้าชมจำนวน 4,000 คน แต่ในเกมนี้มีคู่รักบอลมากถึ 8,000 ราย หรือเกือบจะ 10 เปอร์เซนต์ของปริมาตรของสนามทั้งหมดทั้งปวง โดยนี่นับว่าเป็นจำนวนผู้ชมที่สูงที่สุดตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษที่อนุญาตให้เข้าชมเกมสำหรับกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง ตั้งแต่แมื่อที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรันมรณะช่วงต้นมีนาคม 2020
แมตช์นี้แฟนบอล สเปอร์ส กับ “เรือใบสีฟ้า” ได้ตั๋วไปฝั่งละ 2,000 ใบ ส่วนอีก 4,000 ใบ จะแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) แล้วก็ผู้คนในบริเวณแคว้น โดยงานนี้แฟนบอลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสนาม ที่สำคัญคนที่จะได้เข้าไปควรมีการตรวจค้นเชื้อวัววิด-19 ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเกมนัดชิงด้วย แล้วก็ควรมีใบสุทธิการฉีดยาต่อต้านเชื้อมรณะด้วย
ภายหลังจากเกมนัดชิงถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดีแล้ว และไม่ส่งผลเสียประเด็นการแพร่ระบาดของเชื้อ งานนี้มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าเกมนัดชิง เอฟเอ คัพ ระหว่าง เลสเตอร์ กับ เชลซี ที่สนามเวมบลีย์ วันที่ 15 พ.ค.นี้ บางทีอาจจะได้มองเห็นแฟนบอลเข้าชมเกมถึง 21,000 คนก็ได้

2. เป๊ป ยอดคนสมองเพชร
การบรรลุเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเห็นด้วยว่าส่วนหนึ่งส่วนใดมาจากความยอดเยี่ยมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพราะตั้งแต่แมื่อที่เขาเข้ามากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” ผลงานของสมาคมถือว่าสุดยอด แล้วก็ยกฐานะเปลี่ยนเป็นทีมแข็งที่ทั่วทั้งโลกต้องเมื่อคร้าม
กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่แค่นำ แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนเป็นทีมจอมบุก ครอบครองเกมเหนือคู่ต่อสู้ เท่านั้น แต่ยังมีการปรับแท็กติกให้กับแต่ละแมตช์ ซึ่งสิ่งพวกนี้สามารถมองได้จากสถิติหลังเกม เพราะพวกเขาจะครอบครองบอลได้เหนือกว่า สร้างช่องทางได้มากกว่า
สำหรับเพื่อการคว้าแชมป์ติดอยู่ราบาว คัพ ในช่วงฤดูกาลนี้ยังส่งให้ “เป๊ป” เปลี่ยนเป็นตำนานบทใหม่ของรายการนี้ เมื่อเขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนแรกที่คว้าแชมป์ถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดี 4 ยุคซ้อน แซงหน้า บ็อบ เพสลี่ย์ ตำนานผู้จัดการทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้ 3 ยุคซ้อนในช่วงระหว่างปี 1981-1984
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นนายใหญ่ชาวสแปนิชซึ่งสามารถชูโทรฟี่ใบนี้ 4 ครั้งเสมอกันกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วก็ ไบรอัน คลัฟ แล้วก็ยังนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์ยุคที่ 8 พอๆกับ ลิเวอร์พูล ด้วย
ถ้านับรวมโทรฟี่ตั้งแต่แมื่อก้าวขึ้นมาคุม บาร์เซโลน่า ไปหาความท้าทายกับ บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็บุกมาสร้างตำนานบนถิ่นอังกฤษร่วมกับ แมนฯ ซิตี้ ตอนนี้ เป๊ป สะสมการบรรลุเป้าหมายไปแล้ว 30 รายการในวัยแค่ 50 ปีเท่านั้น !!

3. สมควรได้แชมป์ด้วยประการทั้งปวง
ก่อนเกมนัดชิง ติดอยู่ราบาว คัพ หลายๆคนฟันธงแบบไม่ต้องคิดมากว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่า สเปอร์ส ทุกกระบวนท่าไล่ตั้งแต่ซุ้มม้านั่งสำรอง, ผู้เล่นตัวจริง ไปจนถึงกึ๋นของผู้จัดการทีมฟุตบอล แต่ก็อาจจะมีบางบุคคลที่คิดว่า “ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้”…..แต่พอดีมันดันไม่เกิดขึ้น !!
ผลงานในช่วง 45 นาทีแรกทุกๆคนคงจะประจักษ์แก่สายตา แมนฯ ซิตี้ สร้างช่องทางได้มากมายก่ายกอง โดยยิ่งไปกว่านั้นจาก ราฮีม สเตอร์ลิง แล้วก็ ฟิล โฟเด้น ตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยังทำหน้าที่เป็นผู้เล่นคนสำคัญขั้นเทวดาสำหรับการผ่านบอลสวยๆให้เพื่อนฝูงร่วมทีมหลายต่อหลายที
ตลอด 80 กว่านาคราวถ้าผู้ใดกันเป็นแฟน แมนฯ ซิตี้ คงจะรู้สึกเสียวท้องน้อยเพราะพวกเขาสร้างช่องทางทำคะแนนได้มากไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ทำผิดพลาดเองบ้าง โดนแนวรับสเปอร์สบล็อกได้บ้าง หรือ อูโก้เก๋ โยริส ดันโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบด้วย โน่นทำให้หลายๆคนอดคิดมิได้ว่า “หรือนางงามแห่งโชคจะอยู่ฝั่งสเปอร์ส”
กระนั้นอีกสองนาทีถัดมา อายเมริค ลาปอร์กต์ สวมบทวีรบุรุษโขกประตูชัยได้สำเร็จ ต้องบอกว่าถ้าเกิด จอห์น สโตนส์ ไม่โดนใบแดงในเกมลีกเฉือน แอสตัน วิลล่า ทำให้ถูกแบนในเกมนี้ ชื่อของดาวเตะชาวฝรั่งเศส บางทีอาจจะมิได้อยู่บนสกอร์กระดานก็ได้
หากแม้สกอร์บางทีอาจจะมองสูสีอย่างมากแต่ถ้าดูจากภาพรวมตลอดทั้งเกมต้องบอกว่า แมนฯ ซิตี้ สมควรอย่างมากที่จะคว้าแชมป์ เพราะพวกเขาเหนือกว่าทั้งยังรูปเกม แล้วก็สกอร์

4. อนาคนของ เคน
หนึ่งในคำถามที่อยู่ในหัวของทุกๆคนหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาที่สนามเวมบลีย์ ก็คือ แฮร์รี่ เคน จะยังคงเลือกอยู่กับ สเปอร์ส ถัดไปหรือบางทีอาจจะตกลงใจโบกไม้โบกมือลาเพื่อออกไปไขว่คว้ากล่าวโทษสำเร็จมาประดับประดาตู้โชว์ที่บ้านตัวเอง
เคน นับว่าเป็นลูกหม้อชั้นยอดของสมาคม แล้วก็มี{ความจงรักภักดี|ความ
แน่นอนว่ารางวัลส่วนตัว เคน อยากได้อยู่แล้ว แต่ในฐานะนักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยมกองหน้า เขาย่อมต้องการทรงเกียรติความเป็นมากับสมาคมมากยิ่งกว่านี้ ไม่เชื่อทดลองดูไปดู ไคล์ วอล์คเกอร์ อดีตกาลเพื่อนฝูงร่วมขึ้นอยู่กับที่ไปเจริญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค รุ่นพี่ที่ก้าวไปเป็นตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การเป็นพระรองในแมตช์นี้ อาจทำให้ เคน นอนก้นทางความนึกคิด แล้วก็เลือกทางได้แล้วว่าจะเอายังไงหลังจบฤดูกาลนี้ …..ผู้ใดกันที่เป็นแฟนบอลสเปอร์ส คงจะต้องทำใจล่วงหน้าได้เลย
5. สมาธิกับ พรีเมียร์ลีก แล้วก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก
แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์รายการแรกของฤดูกาลนี้มาครอบครองเรียบร้อยแล้ว {ถือ