11/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ทั้งคืนก่อนหน้าที่ผ่านมาตลอดถึงวันนี้ ชาวโซเชียลคงจะเลื่อนฟีดแล้วพบมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ทีแรกคนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจรู้สึกว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกรุ๊ปของเพื่อนพ้องๆในเฟซบุ๊ก แต่ว่าเชื่อหรือเปล่าว่าดราม่านี้เป็นความตลอดจากกระแส กรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่งในเวลา 13.55 น. วันนี้ ปริมาณสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเถอะ” ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยออกมาติเตียนผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่ามองข้ามเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” สมัยก่อนกรรมการการลงคะแนน (กกต.) ที่คิดว่า หากสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียงแค่ 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปยังประเทศต่างๆจริงๆนับว่าน่าวิตก ด้วยเหตุว่าผู้ที่จะไปได้ควรเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความรู้จริงที่เป็นประเทศนั้นเห็นด้วย
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พินิจพิจารณาว่า คนวัยหนุ่มวัยสาวรับไม่ได้และไม่มองเห็นวี่แววการเปลี่ยนแปลง ก็อาจต้องการย้ายด้วยเหตุว่าประเทศโดยมากไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ความรู้สึกนี้จะเปลี่ยนเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกรุ๊ป มีความเสมอภาคให้คนทุกคน
แต่ว่าข้อคิดเห็นที่ถูกเอ๋ยถึงมากที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวคิดด้านการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกโดยมากในกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเถอะ” โน่นเป็น ผศ.ดร.อานนท์ ศักดาวรพิชญ์ คุณครูประจำภาควิชาสถิติประยุกต์ นิด้า (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก สหรัฐฯ แทบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยเห็นด้วยว่าช่วงแรกมีความคิดจะไม่กลับเมืองไทย จะอยู่สหรัฐฯ ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐฯ ได้สักพัก จึงรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ “ชาวเมืองชั้นสอง” พบความไม่เสมอภาคหรือการไม่ชอบไม่พอใจ (prejudice) หลายประเภท เลยรู้ดีว่าอยู่ไหนก็ไม่มีความสุขเหมือนเมืองไทย
แต่ว่าสถานะการณ์ที่ทำให้คุณครูคนมีชื่อเสียงไม่ต้องการที่จะอยู่ต่างถิ่นต่อ เป็นสถานะการณ์ฝังใจในวันที่อากาศหนาวมากมาย…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมากมาย ผมจะเข้าบ้านเช้าตรู่ เลยถอดถุงมือเพื่อให้จับกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เนื่องจากหนาวเย็นจัดมากมาย มือเปล่าๆเลยกำเนิดน้ำแข็งเกาะติดกับลูกบิดประตู ผมจำต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือกระทั่งเอามือออกจากลูกบิด…” ผศ.ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดพลิกผันนี้เองที่ทำให้ ผศ.ดร.อานนท์ กำเนิดปัญหาในใจว่า จะอยู่ทรมานเป็นชาวเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเพราะเหตุใด? วินาทีนั้นจึงตัดสินใจว่าจำต้องกลับมารับใช้กองทัพประเทศ
“ชาติบ้านเมืองของเรา บางทีก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกแยกขัดแย้ง มีคนชั่วช้า มีนักการเมืองต่ำทราม มีสามัญชนต่ำทรามและก็เห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการค้าภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งรังแกกัน แต่ว่าถ้าเกิดเราถือมั่นสำหรับการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีงามจะคุ้มครองป้องกันเรา อยู่ไหน ทำเพื่อคนไหนกันแน่ก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินกำเนิด”
ก่อนปิดท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนเกลียดชาติที่คิดจะไปอยู่ประเทศอื่น ชาติอื่น แล้ววันใดวันหนึ่งคุณจะเข้าจิตใจ สรุปว่า ขออวยพรให้พวกที่ต้องการไป ได้ไป ได้พบกับเรื่องจริง ขอให้รีบๆไปเลยขอรับ ขออวยพรให้โชคดี ได้รู้เรื่องชีวิตจริงๆไม่ได้เหนี่ยวรั้ง ไม่ได้ไล่ อวยพรให้ต้องรีบไปให้เร็วสมปรารถนาประสงค์ต้องทุกประการ
ในที่สุดเรื่องเล่าของ ผศ.ดร.อานนท์ ได้เปลี่ยนเป็นไวรัลในโซเชียล เพียงแค่ 24 ชั่วโมงข้างหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงความรู้สึกกว่า 3.1 หมื่นครั้ง และก็แสดงความเห็นมากกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับคนที่เห็นด้วยต่างยกย่องที่ ผศ.ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้กองทัพ ทั้งเป็นกำลังจิตใจให้ในการต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศ แต่ว่าฝั่งที่ไม่เห็นด้วยถล่ม ผศ.ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการเรียนรู้สูง เพราะอะไรจึงไม่รู้เรื่องว่าควรจะใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ในขณะที่อีกคนจำนวนไม่น้อยล้อเลียนว่า หากไม่ใช่ด้วยเหตุว่าลูกบิด อาจไม่กลับมารับใช้กองทัพ และก็ถัดมา ผศ.ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ โพสต์ถึงเรื่องนี้อีกรอบ โดยแจกแจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขกุญแจไม่ได้ ด้วยเหตุว่าอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วหลงๆลืมๆใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู คือเรื่องธรรดา มนุษย์เราเผลอลืมกันได้
นอกนั้นยังเอ๋ยถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะกับคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัว พอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดและก็ประตูบ้านตัวเองกระทั่งเละพังยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไร้วุฒิภาวะ มีแต่ว่าอารมณ์ ที่สำคัญทำลายบ้านเมืองและก็ประเทศของตน
อย่างไรก็แล้วแต่ ผศ.ดร.อานนท์ ไม่ได้กล่าวว่ากล่าวพาดพิงถึงคนไหนกันแน่