11/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

พส.พนาลัยเถาวัลย์”ตอบโต้ “ศรีสุวรรณ” เรียนกม.ไปเพื่ออะไร

พส.ไพรเถาวัลย์”ตอกกลับ “ศรีสุวรรณ” เรียนกม.ไปเพื่ออะไร

กรณี พระมหาไพรเถาวัลย์ ประกาศสึกยังคงเป็นหัวข้อร้อนแรงบนโลกโซเชียลด้วยเหตุว่าปัจจุบัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมหน่วยงานรักษารัฐธรรมนูญ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่า ทรัพย์สินของสงฆ์ที่ได้มาขณะอยู่ในสมณเพศควรต้องเป็นของวัดเมื่อรูปภาพนั้นลาสิกขาไป ขณะที่พระมหาไพรเถาวัลย์ โต้กลับอย่างดุเดือน โพสต์พูดว่าเสียเวล่ำเวลาไปเรียนข้อบังคับมาเพื่ออะไร

เฟซบุ๊กของ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมหน่วยงานรักษารัฐธรรมนูญ โพสต์ถึงกรณีที่ พระมหาไพรเถาวัลย์ พระนักเคลื่อนชื่อดังมีกำหนดลาสิกขาว่า “ทรัพย์สินของ พส. ที่ได้มาในขณะอยู่ในสมณเพศ จะต้องเป็นของวัดเมื่อรูปภาพนั้นลาสิกขา เว้นแต่ว่าจัดจำหน่ายจ่ายโอนไปก่อนที่จะสละสมณเพศ”

paiwan1

พร้อมชี้แจงอธิบายว่า ทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาระหว่างเป็นพระภิกษุนั้น เป็นทรัพย์สินที่เชื่อถือญาติโยมได้ถวายไว้แก่พระภิกษุ ในฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ทรัพย์สินเหล่านั้น ไม่ได้ถวายเป็นของส่วนตัวของพระภิกษุ

เพราะฉะนั้นก็เลยนับว่าทรัพย์สินเหล่านั้นมิใช่ของพระภิกษุ แต่เป็นของวัด และเมื่อพิเคราะห์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ประกอบกับวัตถุประสงค์แล้วจะมีความเห็นว่า ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่พระภิกษุในขณะอยู่ในสมณเพศนั้นข้อบังคับถือว่าเป็นของที่ให้เพื่อทำบุญทำกุศลในพระพุทธศาสนา ไม่ได้ให้แก่พระภิกษุเป็นการส่วนตัว ด้วยเหตุว่าถ้าหากไม่ใช่เป็นพระภิกษุ ก็จะไร้คนทำบุญทำกุศลให้ หรือดังที่มีผู้ตั้งปัญหาว่า “ถ้าหากไม่บรรพชาจะได้มาหรือ”

ยิ่งไปกว่านี้ยังโพสต์ตบท้ายปัจจุบันว่า“พวกเราจะเกื้อหนุนให้คนมาบวชเป็นพระเพื่อสืบหาสะสมทรัพย์สินทรัพย์สิน เมื่อได้มากมากและลาสิขา นำทรัพย์นั้นประจำตัวไปเสพย์สุขได้หรือ?”

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพจเฟซบุ๊ก “ไพรเถาวัลย์ ชนชั้นบุตร” ของพระมหาไพรเถาวัลย์ ได้แสดงความเห็นบอกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 บอกว่า ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างขณะที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณกรรมให้กลายเป็นโภคทรัพย์ของสงฆ์ที่เป็นรกรากของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จัดจำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม พร้อมตบท้ายกัดแซะด้วยถ้อยคำที่ร้ายแรงประมาณว่า “เรียนข้อบังคับมาขนาดนี้ เสียเวล่ำเวลาเรียนเพื่ออะไร”

แค่นี้ยังไม่เพียงพอ พระมหาไพรเถาวัลย์ ยังโพสต์ปัจจุบันอีกว่า “สึกเมื่อใด ถ้าหากพูดจาส่งๆอีก อาตมภาพจะเป็นฝ่ายฟ้องคุณลุงบ้างล่ะนะ ในเรื่องที่มีหนี้สินในขณะบวชนาค ทางวัดจะต้องรับผิดชอบแทนด้วยไหม”

ขณะที่ ทนายความเป็นผล แก้วกำเนิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก บอกว่า“นี้มันกฎมั่วแล้ว ไม่ใช่ข้อบังคับ” ทรัพย์สินของพระภิกษุ ก็เป็นของภิกษุรูปนั้น แม้ลาสิขาไปและตาม ส่วนจะเป็นของวัดได้ก็เมื่อพระตาย และวัดรับมรดกแค่นั้น ควรเลิกมั่วหรือควรเลิกโหนก่อนกันดีครับผม

ยิ่งไปกว่านี้ยังโพสต์ติดตลกอีกว่า“ถ้าหากเป็นอย่างนายศรีกาญจน์บอก ถ้าหาก พส. สึกออกมาแล้วสมบัติส่วนตัวจะต้องเป็นของวัด ถ้าเช่นนั้นนายกฯลาออก หรือ หมดวาระ ทรัพย์สินจะต้องเป็นของแผ่นดินซิครับผมท่าน”