11/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

ธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมทำพรรคใหม่ ข้างหลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ยิ่งสินวัฒน์

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วก็นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ระบุวันที่ 8 เดือนกันยายน ตอนที่อดีตกาล รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาวชิราลงมือณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระโปรดโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์อร่อย เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศระบุวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้ว แล้วก็แต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศระบุวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 แล้วก็ประกาศครั้งสุดท้ายระบุวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็บังเกิดผลดีแก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความลับมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระโปรดโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์
2. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศในวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564 โดยมีนาชูรัฐมนตรีเป็นผู้รับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร้อยเอก ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.30 น. โดยระบุว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์ คราวหลังหารือครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งอกตั้งใจจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 เดือนกันยายน) แต่ฝ่ายผู้ช่วยส่วนตนหลงผิด จึงเพิ่งจะยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 เดือนกันยายน)

แต่ถึงกระนั้น นายวิษณุ เครือสวย รองนายกฯทางกฎหมาย ได้เลิกข้อสงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นการไล่ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์คงไว้ซึ่งพระราชอําที่นาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบให้คําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่กำหนดในพระบรมราชโองการ นั่นเป็น ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564

อย่างไรก็ดีส่วนตัวเพิ่งจะทราบข่าวสารว่า ร้อยเอก ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งก็ไม่เคยรู้ว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าใด แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากไม่ได้อยาก “คอยรับใช้คนใดกันแน่”

ในการแถลงข่าวที่รัฐสภา ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลในการลาออกว่า ตั้งอกตั้งใจทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วก็พี่น้องประชาชน โดยยึดผลตอบแทนของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดเวลาที่ครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงอยากกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นคือการเป็น ส.ส.

“ผมต้องการทำเมืองให้มันอดทน เพื่อประเทศชาติ ประเทศจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวแล้วก็ว่า จริงๆคิดมานับเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความใส่ใจเยอะที่สุดคือสายตาราษฎร ไม่ใช่คอยรับใช้คนใดกันแน่

เขายังฝากถึงราษฎรทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเท้า เส้นทางการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลตอบแทนของประเทศชาติแล้วก็พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างมาก” พร้อมเอ่ยขอโทษราษฎรที่ไม่อาจจะปฏิบัติตามที่สัญญาไว้ได้ ต่อจากนี้จะกลับไปขึ้นต้นที่ จังหวัดจังหวัดพะเยา แล้วก็จังหวัดอื่นๆถ้าเกิดกลับมามีอำนาจอีกรอบหนึ่ง มีวาสนาอีกรอบ ตั้งอกตั้งใจว่าจะทำงานเพื่อชาติ
ผู้สื่อข่าวถามคำถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากทำงานกับนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้วหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “อาจจะเดินไปในทำนองเดียวกันไม่ได้”
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า จับมือทัก พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติ 3 เปรียญ” ที่นาชูฯ พูดว่ารักกันเหมือนญาติท้องเดียวกัน ก่อนจะมีการสัมมนา ครม. ตอนวันที่ 7 เดือนกันยายน แต่ พล.อำเภอ อนุดงษ์ไม่ได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้กลายเป็นอดีตกาลรัฐมนตรีกล่าวเพราะว่า ได้ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์ทอง รองนายกฯ แล้วก็หัวหน้าพรรคพลังประชาชนรัฐ (พปชราชการ) ตั้งแต่ก่อนลงความเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ ท้ายที่สุดจะต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากไตร่ตรองดูแล้วว่าทางเท้าชีวิตของตัวเองทำเพื่อราษฎร มันจะต้องเดินไปอีกไกล ด้วยเหตุนี้ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตัวเอง

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าข้างหลังพูดคุยแล้วก็ขอโทษนายกรัฐมนตรี แล้ว หมายความว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ใช่ ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ปฏิบัติไป หมายความว่าเมื่อกล่าวด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดผลดี ขั้นตอนการเหมาะสมที่สุดก็คือจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความเกี่ยวพันกับญาติ 3 เปรียญ มี พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์ทอง, พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย แล้วก็ พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงแต่ความเกี่ยวพันกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักนับถือเหมือนเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 เปรียญ โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเท้าแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชราชการ แต่ประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
นอกจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังมีหน้าที่ในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชราชการ ทำให้เขาถูกโยนปัญหาใส่ว่าจะยังทำงานกับ พปชราชการ ต่อไปหรือไม่ เกี่ยวกับประเด็นนี้ เขากล่าวว่าเกิดเรื่องที่จะต้องพินิจพิเคราะห์กันต่อไป

“ผมอาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันมีความสุข ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็มีความสุขอยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมคือบ้านที่จังหวัดพะเยามีความสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ อาจจะไปก่อสร้างบ้านใหม่” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าว

ร้อยเอก ธรรมนัสไม่ได้ตอบปัญหาชัดเจนว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือก่อสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันเป็นกระบวนการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร้อยเอก ธรรมนัส เมีย แล้วก็นางนฤมล มักออกเดินสายทำบุญสุนทานร่วมกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ่ยถึง บีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเทียบเป้าหมายถึงพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองท้ายที่สุดที่ ร้อยเอก ธรรมนัสเคยขึ้นอยู่กับแล้วก็ลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งตอนนั้นจะกลายเป็นโมฆะ แล้วก็มีการรัฐประหารในเวลาถัดมา จนถึงก่อนจะมีการลงคะแนนปี 2562 ร้อยเอก ธรรมนัสจึงชูภาควิชาเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชราชการ

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามคำถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะมาก และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ อาจจะเป็น “พรรคจังหวัดพะเยา” หรือ “พรรคพลังจังหวัดพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทั้งหมดทุกอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้มองเห็นเค้าหน้าแน่
เขายังประกาศเพราะว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชราชการ อีก “ไม่ชอบ ไม่ต้องการฝืนใจตัวเอง” แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังไม่ได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า อย่างงี้การเลือกตั้งหนต่อไปพรรค พปชราชการ จะไม่แตกเลยหรือ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากจิตใจตนไปแล้ว กล่าวแล้วนักเลงพอเพียง ทำอะไรแล้วจะต้องรับผิดชอบ อยู่ที่แห่งไหนก็ได้ ขอให้จิตใจมันอยู่ ถ้าหากจิตใจมันไม่อยู่ คนใดกันแน่จะมาบังคับตนก็ไม่ได้

tui3
การลาออกมาจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร้อยเอก ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในช่วงเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ได้เกิดปรากฏความเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มด้านใน พปชราชการ บีบคั้นให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้างหลังเสร็จสิ้นศึกซักฟอก แล้วก็บางทีอาจไปไกลถึงขั้น “เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจะต้องออกมาปฏิเสธข่าวนับเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ตอนที่ร้อยเอก ธรรมนัสกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แต่เขาก็ออกมาระบุว่ามีคนภายในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” ประเด็นนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ ครม. เพิ่มเติมคนแทน 2 รมต.
ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่กับรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจก่อนตอบเรื่องสอบถามของสื่อมวลชนช่วงเวลา 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามหัวข้อการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจตรา รพ.สนามสำหรับคนไข้ไอซียู ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า รู้ข่าวเมื่อกี้ว่าลาออก เขาก็เคยกล่าวอยู่แล้วไม่ใช่หรือไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยราษฎรได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ช่วยงานกันตลอดมา เดี๋ยวอาจจะเป็นเรื่องของพรรคที่จะไปพบรือกันว่าจะทำอย่างไร แต่การันตีว่างานทุกงานไม่มีสกัด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้สื่อข่าวถามคำถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็บังเกิดผลดีแก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์หลบหลีกที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังยังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “ไม่ได้แจ้งคนใดกันแน่ทั้งนั้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” แล้วก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการปรับ ครม. เพราะว่า ขอดูก่อน แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ปรับคนใดกันแน่ ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งผองมาจากเธอ (สื่อมวลชน)”