11/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

ความมันส์จะกลับมา! 5 เหตุผลที่แมนยูควรจะตั้ง “ร็อดพบร์ส” แทน “โซลชา”

เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะมาแรงกว่าคนไหนกันเพื่อนสำหรับ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กุนซือ เลสเตอร์ สิตี้ กับการเช็ดกดูเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งดึงมาคุมทีม ถ้าหากตกลงใจปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พ้นตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งแน่นอนว่า ในกลุ่มแฟนบอล “ปีศาจร้ายแดง” มีทั้ง “เอานะ” และก็ “ไม่เอา” โดยเหตุผลของฝ่ายหลังหลักๆก็หนีไม่พ้นการที่ ร็อดพบร์ส เคยคุมทีมคู่ปรับตลอดไปอย่าง ลิเวอร์พูล มาก่อน แถมเป็นโค้ชที่ยังมิได้ถูกจัดอยู่ในระดับหัวแถวของวงการ หรือมีดีกรีคู่ควรที่จะเป็นผู้จัดการทีมให้กับสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

แต่ ตลอดช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ ร็อดพบร์ส ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นผู้จัดการทีมฝีมือเยี่ยม และก็มีสไตล์ทำทีมที่น่าสนใจคนหนึ่ง ถึงยังไม่มีอยู่ในระดับเดียวกับตัวท็อปๆอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, พบร์เก้น คล็อปป์ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ตาม และก็นี่คือ 5 เหตุผลย้ำๆที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรทดลองดึง ผู้จัดการทีมชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 48 ปี มาคุมทัพ

– สามารถสานต่องานจาก โซลชา ได้

man1

แน่นอนว่า ชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน และก็ เอริค เทน ฮาก อาจดูน่าสนใจจิตใจกว่า แม้กระนั้นการมาของพวกเขานั้น “ปีศาจร้ายแดง” บางครั้งก็อาจจะควรมีการ “เปลี่ยนครั้งใหญ่” อีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องขุมกำลังนักฟุตบอล แม้กระนั้นสำหรับ ร็อดพบร์ส แล้ว เหมาะสมอย่างยิ่งกับวิธีการทำทีมตามแผนการระยะยาวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำอยู่ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากว่าที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขามีครบทุกสิ่งอยู่แล้ว แถมทำงานโดยที่ไม่ต้องบีบคั้นมากมายด้วย และก็ที่สำคัญ ร็อดพบร์ส เป็นผู้จัดการทีมที่ย้ำปั้น, ชอบปรับปรุงของที่มีอยู่ และไม่ได้ใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับการเสริมทัพ ซึ่งจุดนี้กระดานบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะแจ๋วมากๆซึ่งถ้าหากว่าพวกเขาพร้อมที่จะให้เวลาทำงาน ราวกับที่ให้กับ โซลชา ล่ะก็… ร็อดพบร์ส นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

– เกมรุกตื่นเต้นแน่

man2

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนคงจะหงุดหงิด และก็อึดอัดไม่น้อยกับสไตล์วิธีการทำทีมของ โซลชา ที่ไม่ดุดันมากพอ ทั้งๆที่ในทีมมีกลุ่มผู้เล่นแนวรุก ซึ่งคงจะชั่วร้ายสุดในลีกเลยก็ว่าได้ เมื่อมองเห็นชื่อของนักฟุตบอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล รวมถึงผู้นำกองทัพคนเก่งอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งปัญหาที่ตรงนี้บางครั้งก็อาจจะถูกปลดล็อกโดย ร็อดพบร์ส เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานั้น เขามีสไตล์วิธีการทำทีมที่ดูสนุกสนาน ตื่นเต้น ไล่ตั้งแต่ตอนคุม สวอนซี สิตี้ มาจนกระทั่ง ลิเวอร์พูล และก็ เซลติก… อย่าลืมนะครับว่า ในช่วงฤดูกาล 2013/14 ที่ ลิเวอร์พูล ตกม้าตาย ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงคว้าชัยชนะ พรีเมียร์ลีก นั้น เขานำทัพ “หงส์แดง” ซึ่งมี หฝ่าส์ ซัวเรซ และก็ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์ เข้าป้ายอันดับสอง และก็ทำได้ถึง 101 ประตู!!! ทดลองจินตนาการดูแล้วกันครับว่า มันจะชั่วร้ายแค่ไหน ถ้าหากเขามีนักเตะกลุ่มที่ว่าเอาไว้ตอนแรกอยู่ในกำมือ

– มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก

man3

ถ้าหากเลือกโค้ชบิ๊กเนมผู้อื่นอาจจำต้องให้เวลาพวกเขาสำหรับในการปรับพฤติกรรม แม้กระนั้นประเด็นนี้ไม่สำคัญสำหรับ ร็อดพบร์ส ที่มีประสบการณ์เยอะในเวที พรีเมียร์ลีก (257 เกม) แถมคุมสมาพันธ์มาแล้วทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์เล็กๆอย่าง สวอนซี สิตี้, กลางๆอย่าง เลสเตอร์ สิตี้ ในตอนนี้ หรือสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ดังนั้นถ้าหากกล่าวถึงเรื่องประสบการณ์ในลีกแห่งนี้ คงจะไม่มีอะไรน่ากังวลสำหรับ ร็อดพบร์ส

– ดีกรีไม่เบา

man5

คนจำนวนไม่น้อยบางครั้งก็อาจจะด้อยค่า ร็อดพบร์ส ในเรื่องเกี่ยวกับการ “เบาๆปลาย” หรือเป็นผู้จัดการทีมที่ชอบฟอร์มหลุดในช่วงโค้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นตอนคุม ลิเวอร์พูล ที่วืดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2013/14 หรือสองซีซั่นปัจจุบันกับ เลสเตอร์ ที่เจ้าตัวพาทีมหลุดจากโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดาย แม้กระนั้นอย่าลืมว่า ร็อดพบร์ส ไปถึงเป้าหมายอย่างยิ่งตอนคุม เซลติก ช่วงระหว่างปี 2016-2019 เนื่องจากว่าในช่วงเวลาเกือบๆ3 ปีตรงนั้น เขาพาทัพ “ม้าลายเขียว-ขาว” คว้าชัยชนะ สกอตติช พรีเมียร์ชิพ 2 สมัย, สกอตติช คัพ 2 สมัย และก็ สกอตติช ลีก คัพ 3 สมัย รวมๆแล้ว ร็อดพบร์ส ได้แชมป์ถึง 7 รายการ ในถิ่น เซลติก พาร์ค หากแม้เป็นการคุมทีมในลีกไม่ยากอย่าง สกอตแลนด์ แม้กระนั้นความสำเร็จระดับนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลย แถมฤดูที่แล้วได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับทัพ “สุนัขจิ้งจอกสยาม” ด้วย

– กล้าได้ กล้าเสีย

man6

อย่างที่บอกไปในข้อที่แล้ว ถึง ร็อดพบร์ส ถูกดูเป็นผู้จัดการทีมจอมเบาๆปลาย แม้กระนั้นในเรื่อง กล้าได้ กล้าเสีย นั้น จำต้องยกให้เขา เนื่องจากว่าการพาทีมอย่าง เลสเตอร์ ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มบนตาราง และก็สามารถต่อกรกับสมาพันธ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้อย่างใกล้เคียงตลอดช่วงสองฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นับว่าเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ร็อดพบร์ส เป็นผู้จัดการทีมที่พร้อมบวกอยู่แล้ว ไม่มีคำว่า “กลัว” อยู่ในหัวแน่นอน ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นแคแรคเตอร์ที่ดีสำหรับการเป็นผู้จัดการทีม