15/01/2021

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

คนละครึ่งรอบ 2 ย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์เงิน 3,000 บาท

33

กระทรวงการคลัง ย้ำคุณสมบัติคนที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อรับสิทธิ์ใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท รอบเก็บตก ในวันที่ 11 พ.ย.นี้

ปัจจุบัน นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองผู้ประกาศกระทรวงการคลังกล่าวมาว่า โครงการคนละครึ่งจะเปิดให้พสกนิกรสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่านเว็บ www.คนละครึ่ง.com จนกระทั่งจะครบปริมาณ

ปตท.ลุ้น “โจ ไบเดน” ฉุดเศรษฐกิจโลกฟื้น ปี 64 ฝ่าลงทุน 8 หมื่นล้าน


เปิดแผนแม่บทเฉพาะกิจสู้วัววิด ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติวางเป้า “ล้มแล้วลุกไว”


เปิดกำไรปาท่องโก๋การบินไทย

778

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าผู้ที่สามารถสมัครสมาชิกได้ต้องเป็นผู้ไม่เคยสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง มาก่อน หรือเป็นผู้เคยสมัครสมาชิกแม้กระนั้นไม่เป็นผลสำเร็จจึงถือเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 มีสิทธิคงเหลือจากผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิและผู้ไม่เริ่มใช้สิทธิ์ภายในระบุ 14 วัน ที่จะเอามาเปิดให้พสกนิกรสมัครสมาชิกเป็นปริมาณ 2.3 ล้านสิทธิ์
สำหรับคุณลักษณะของผู้ที่สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการ ควรเป็นพสกนิกรชนชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันสมัครสมาชิก มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรผลประโยชน์ที่รัฐซึ่งได้รับสิทธิ์จากโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรผลประโยชน์ที่รัฐ โดยขอให้จัดเตรียมสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในวันที่ 11/11 ก่อนปริมาณสิทธิจะหมดลงอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับสิทธิ์และใช้สิทธิ์ตามโครงการคนละครึ่งแล้ว จะไม่สามารถที่จะเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับความก้าวหน้าปัจจุบันในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5.57 แสนร้าน และผู้ใช้สิทธิ์แล้วปริมาณ 7,352,274 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 10,155 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่พสกนิกรจ่าย 5,178 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 4,977 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 214 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมเยอะที่สุด 5 อันดับแรก ดังเช่นว่า จังหวัดกรุงเทพมหานคร, จังหวัดสงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ เป็นลำดับ.