11/08/2022

ดูหนังออนไลน์ ฟรีชัด ระดับ hd แนะนำหนังปี 2020

อันดับ ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019 2020 หนังดีที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ใครยังไม่ดูต้องดู ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด !

กปกรมประชาสงเคราะห์ : 3 รัฐมนตรี ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งทันที ข้างหลังศาลสั่งติดคุกคดี กปกรมประชาสงเคราะห์ แต่ว่าหลุดข้อหากบฏ

ศาลอาญาตัดสินคดีจำคุกแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการพสกนิกรเพื่อการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงประเทศไทยให้เป็นระบบประชาธิปไตยที่บริบูรณ์อันมีพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์” (กปปส.) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ ถูกตัดสินคดีจำคุกด้วย รวมทั้งจะต้องหลุดจากตำแหน่งในทันที เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดฟังคำพิพากษาคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ทำลายระบบการปกครอง สุมหัวชุมนุมก่อความไม่สงบในบ้านเมืองฯ รวมทั้งข้อกล่าวหาอื่นๆจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ รวมทั้งนายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายโดยวิธีการใช้
คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา รวมทั้งต่อมาฟ้องเพิ่มอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน ตอนวันที่ 24 เดือนมกราคม 2561 จำเลยทั้งผองให้การปฏิเสธรวมทั้งได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำพิพากษากว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง สำหรับการอ่านตัดสินคดี โดยมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำคุก 5 ปี
นายชุมพล จุลใส จำคุก 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิดงษ์ ปุณณกันต์ จำคุก 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย จำคุก 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม จำคุก 5 ปี
นายณัฏฐพล หนปกาญจน์ จำคุก 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมชนิด จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
สำหรับจำเลยรายอื่นๆที่จะต้องคำพิพากษาจำคุกในคดีเดียวกัน มี
นางสาว อัญชะลี ผู้จองเวรรัก จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ ดงษ์ไพบูลย์ จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข จำคุก 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ หรือพระพุทธอิสระ จำคุก 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ จำคุก 2 ปี รองลงอาญา ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธิ์คนี จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
พล.ร.อ. ชัย กาญจน์ภาพ จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
ร้อยตรี แซมดิน เลิศบุศย์ จำคุก 4 ปี 16 เดือน
นายมั่นแม่น กะการดี จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศรี จำคุก 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน จำคุก 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน จำคุก 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร จำคุก 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ จำคุก 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ จำคุก 1 ปี คอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายกิตตำหนิชัย ใสสะอาด จำคุก 4 เดือน คอยลงอาญา ปรับ 6,666 บาท
นางทยา หนปกาญจน์ จำคุก 1 ปี 8 เดือน คอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท

3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำพิพากษาศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ดังเช่นว่า นายณัฏฐพล หนปกาญจน์ รมว.ศึกษาธิการ, นายพุทธิดงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจรวมทั้งสังคม รวมทั้งนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการการติดต่อสื่อสาร จะต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลในทันที เนื่องจากความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) รวมทั้งมาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ ถึงแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมารับรองในหัวข้อนี้
ส่วนกรณีของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการพินิจพิจารณากันในหมู่นักการเมืองว่าถ้าเกิดยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทวดาไท เสนตระกูล อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงตามมายี่ห้อ 98(6), 101(6) ถ้าเกิดจะต้องคำพิพากษาให้จำคุกและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการเมือง 7 คน

แต่ว่าสำหรับนายณัฏฐพล หนปกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พปชราชการ, นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร ปชป. รวมทั้งนายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ปชป. จะต้องหลุดจากที่ประชุม ด้วยเหตุว่าศาลอาญายังสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของพวกเขาตรงเวลา 5 ปี ซึ่งเว้นแต่จำเลย 3 คนนี้ ยังมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ, ร้อยตรี แซมดิน เลิศบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร รวมทั้งนางทยา หนปกาญจน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าพอใจลงชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม. ด้วย
แต่ในข้อกล่าวหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลตรึกตรองพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวิเคราะห์คือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มุ่งหวังรัฐบาลลาออก ให้มีการปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาประเทศก่อนออกเสียง ก็เลยไม่มีลักษณะทำลายการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญส่งผลผูกพันทุกองค์กร วิเคราะห์แล้วไม่มีเจตนาข้อผิดพลาดฐานกบฏ

ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำตัดสิน

sutrep3

“อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อยอมรับฟังคำพิพากษา นายสุเทพพูดว่า “อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด” โดยกล่าวว่าจำเลยทั้งยัง 39 คนได้เสวนากัน รวมทั้งทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเช่นไร แต่ว่าย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ตั้งมั่นความประพฤติที่รับผิดชอบ ไม่ได้ปรารถนาฝืนกฎหมาย เคารพกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งน่าสดชื่นมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปปส. ถูกฟ้องร้อง ไม่มีใครหลบซ่อนคดี
ช่วงเวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดา มีพสกนิกรเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้งยัง 39 คน ท่ามกลางการดูแลและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นรอบๆพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องหลังฉาก กปปส.
• สุเทพ: “สิ่งที่ดีที่สุดภายใต้ความน่าจะเป็นคือ พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ขวา ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่สำหรับการประเทศไทยไปอีกนานเพียงใด
กปปส. นำโดยนายสุเทพจัดการชุมนุมเป็นครั้งแรกตอนวันที่ 31 ต.ค. 2556 รอบๆ ถนนเลียบสถานีรถไฟสามเสน จังหวัดกรุงเทพ เพื่อต้านการผลักดันและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดซอกซอย” ของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ คุ้นชินวัตร แปลงเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมบนถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ลากยาวตรงเวลา 204 วัน ก่อนที่จะจบในวันที่ 22 พ.ค. 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นำแผนกรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับการปฏิบัติข้อผิดพลาดที่อัยการชี้แจงในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• จัดตั้งคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปปส.
• ร่วมกันสุมหัว เป็นอั้งยี่ รังโจน จัดตั้งกองกำลัง แบ่งภาระหน้าที่กันกระทำก่อข้อผิดพลาดต่อความมั่นคงยั่งยืนของรัฐภายในราชอาณาจักร
• ยุยงปลุกระดมให้พสกนิกรทั่วราชอาณาจักรแข็งข้อ ร่วมชุมนุมไล่ นางสาว ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินวัตร นายกฯ (ในตอนนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดขวางการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้นายกฯ รวมทั้ง ครม. ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้ข้าราชการระดับค่อนข้างสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.
• แต่งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลพสกนิกร” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะสั่งการแต่งนายกฯ รวมทั้ง ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• จัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการรวมทั้งหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• ห้ามกีดขวางเส้นทางการติดต่อสื่อสารขนส่งส่งผลให้พสกนิกรได้รับความเดือดร้อน
• ปิดจังหวัดกรุงเทพ ด้วยการตั้งเวทีทักทาย 7 จุดทั่วจังหวัดกรุงเทพ ห้ามเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางสิ่งกีดขวาง ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยว

กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส. ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้ประกัน เข้าเรือนจำในทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ ปปปส. เดี๋ยวนี้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าจังหวัดกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร ไม่ได้ประกันตัวนะครับ ???” ซึ่งหมายถึง
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล หนปกาญจน์
• นายพุทธิดงษ์ ปุณณกันต์
• นายชุมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน ดังเช่นว่า
• นายสุวิทย์ ทองคำประเสริฐ หรือพระพุทธอิสระ
• ร้อยตรี แซมดิน เลิศบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
ที่มาของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา หลังคำตัดสิน เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อคอยส่งไปคุก
ราว 20.30 น. นักโทษทั้งยัง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของคุกไปจำคุกที่คุกพิเศษจังหวัดกรุงเทพ โดยมีพสกนิกรปริมาณหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมร้อง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการชุมนุมปิดจังหวัดกรุงเทพ แล้วมีเสียงตะคอกว่า “คนอัลธพาลหนีหมด คนดีหนีเข้าเรือนจำ คนอัลธพาลหนีไปยังประเทศอื่นๆ ถัดไปใครกันแน่จะออกมาสู้”
นางทยา หนปกาญจน์ ที่ถูกจำเรือนจำ 1 ปี 8 เดือน คอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับนักข่าวหน้าศาลในภาวะหนีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งผองจะยื่นอุทธรณ์รวมทั้งขอประกันตัวอีกรอบ
เว้นแต่คดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาตัดสินคดีเมื่อ 25 เดือนกรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. มี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายโภคทรัพย์ รักษาธัญญวงศ์ รวมทั้งนายสกลธี ภัททิยกุล ในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏรวมทั้งอื่นๆรวม 8 ข้อกล่าวหา โดยบอกเหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้งยัง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 6 พ.ค.